top of page

เฉลิมฉลองไปกับ อาหารวันคริสมาสต์ ฉบับเยอรมนี

  • รูปภาพนักเขียน: Nature D'Lite Team
    Nature D'Lite Team
  • 25 ส.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที

#Fact Merry Christmas! ย้อนหลังนะค้าาา วันนี้เราอยากจะพาเพื่อนๆ ทุกคนไปทำความรู้จักกับอาหารในวันคริสมาสต์ ในแบบฉบับของเยอรมันกันค่ะ!


คริสต์มาสนี้ นอกจากบรรยากาศคริสต์มาสที่มีคุณลุงซานตาคลอส ต้นคริสต์มาสที่มีไฟประดับหลากสี สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ก็คงต้องเป็นอาหาร และอาหารคริสต์มาสแบบเยอรมัน ที่มีทั้งแบบดั้งเดิมและแบบที่ไม่เป็นที่รู้จักทั่วไป ก็เป็นที่ชื่นชอบของคนในชาติและในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก วันนี้พวกเราจึงรวมอาหารคริสต์มาสของเยอรมนีมาฝากกันค่ะ


1. Weihnachtsstollen


เค้กสโตลเลน (Stollen Cake) ขนมประจำเทศกาลที่มีความสำคัญมากของชาวเยอรมัน มักจะทำทานกันเฉพาะช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ เป็นขนมที่มีลักษณะคล้ายบริออช (Brioche) ผสมผลไม้ที่แช่ในเหล้า และสอดไส้ด้วยมาร์ซิพานรสหวานหนึบ หลังอบเสร็จ จะโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งแบบจุใจ ก่อนจะเสิร์ฟขณะยังอุ่น ๆ รสชาติจะคล้ายกับฟรุตเค้ก แต่เนื้อสัมผัสเป็นขนมปัง ขนมชนิดนี้ได้ถือกำเนิดมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 แต่เค้กในสมัยนั้น จะมีความแตกต่างกับเค้กสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากสมัยก่อนนั้น สโตเลนถูกทำขึ้นด้วยวัตถุดิบง่ายๆ อย่าง แป้งสาลี ยีสต์ น้ำ และน้ำมันเท่านั้น และเมื่อ 500 ปี ผ่านไป จึงมีรสชาติที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากใช้เนยคุณภาพดี รวมไปถึง เครื่องเทศ และ ผลไม้ต่างๆ ที่ใส่เข้าไป


2. Lebkuchen


เลบคูเคน เป็นขนมที่นิยมประจำในช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีลักษณะคล้ายกับขนมปังขิง ซึ่งในประเทศเยอรมนี เลบคูเคนประเภทต่างๆ มีความโดดเด่นตามชนิดและสัดส่วนของถั่วที่ใช้ โดยมีรสชาติตั้งแต่เผ็ดไปจนถึงหวาน แล้วยังมีมีรูปร่างที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นทรงกลม ส่วนผสมมักประกอบด้วยน้ำผึ้ง และเครื่องเทศ เช่น ยี่หร่า ผักชี กานพลู ขิง กระวาน ออลสไปซ์ ถั่วต่างๆ เช่น อัลมอนด์ เฮเซลนัท วอลนัท และผลไม้เคลือบน้ำตาล ในเมืองนูเรมเบิร์ก เลบคูเคนถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "Elisenlebkuchen"


3. Weihnachtsgebaeck


คุกกี้คริสต์มาสเยอรมัน (German Christmas Cookies) ในเยอรมนีนั้น คุกกี้ได้ถูกผลิตขึ้นในหลายรูปแบบและหลากหลายรสชาติให้ได้เลือกลิ้มลอง แต่จะมีคุกกี้ 2 ประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ Zimtsterne และ Spekulatius โดยเจ้า Zimtsterne เป็นคุกกี้ที่ทำมาจากซินนามอนหรืออบเชยและอัลมอนด์ คุกกี้เยอรมันที่มีรูปร่างเหมือนดาวเหล่านี้เป็นที่รู้จักกันในนาม "ดาวดวงแรก" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของท้องฟ้าที่บ่งบอกถึงวันสิ้นสุดของวันอดอาหาร ในอดีตนิยมเสิร์ฟให้แก่ชาวเยอรมันยิวหลังอาหารหลังวันยมคิปปูร์ (Yom Kippur) และ Spekulatius จะเป็นบิสกิตแบบร่วนชนิดหนึ่งที่ใส่เครื่องเทศต่างๆ เช่น กานพลู ขิง อบเชย กระวาน พริกไทย นิยมทานกันในช่วงคริสต์มาสทางตอนใต้และตะวันตกของเยอรมนี มีลักษณะบาง กรุบกรอบ และมีสีน้ำตาลเล็กน้อย


4. Sauerbraten


เมนูนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติของประเทศเยอรมนี มีสูตรและกรรมวิธีการทำที่หลายหลาย จึงสะท้อนให้เห็นถึงประเพณีการทำอาหารแบบชนบทอันอบอุ่นของบาวาเรีย ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้สุดของเยอรมนีและเป็นที่กำเนิดของ Oktoberfest เซาเออร์บราเทิน จะแปลตามตัวอักษรว่า "เนื้อย่างเปรี้ยว" ในสูตรดั้งเดิมจะใช้เนื้อม้าในการปรุงตามธรรมเนียม แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนเป็นเนื้อวัวหรือเนื้อกวางมากขึ้น ขั้นตอนการเตรียมคือ หมักเนื้อด้วยน้ำส้มสายชูหมักจากไวน์แดง สมุนไพร และเครื่องเทศเป็นเวลาหลายวัน แล้วนำไปไปย่างบนกระทะ จากนั้นซาวเออร์บราเตนจะเสิร์ฟพร้อมกับกะหล่ำปลีแดง (Rotkohl) และคเนอเดิล (Knödel)


5. Bratwurst


ไส้กรอกเยอรมันที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือไส้กรอกชนิดบราตวัวร์สต์ โดยชื่อนั้นมาจากภาษาเยอรมันที่รวมคำว่า "Brat" ที่หมายถึงเนื้อสับละเอียด และ "Wurst" ซึ่งหมายถึงไส้กรอก ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อนเพื่อหาวิธีนำชิ้นส่วนของเนื้อหมูที่เหลือจากการใช้งาน แล้วไม่มีประโยชน์อย่างอื่นมากนัก นำมาผสมกับเครื่องเทศ แล้วบรรจุลงในไส้ จนกลายมาเป็นที่นิยมและนำไปสู่การสร้างไส้กรอกที่คล้ายกันหลายประเภทในเยอรมนี เพราะเป็นวิธีที่ใช้เนื้อหมูทุกส่วนมาใช้ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วถ้าจะให้ครบตามต้นตำรับการรับประทาน จะต้องเสิร์ฟคู่กับมัสตาร์ดและขนมปัง มีเครื่องเคียงอย่างกะหล่ำปลีดอง (Sauerkraut)


6. Gluehwein


ไวน์ร้อนในประเทศเยอรมนี หรือ Glühwein เป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเดียวที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายและดื่มได้ในที่สาธารณะในประเทศเยอรมนี จึงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในช่วงการจัดตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) โดยทั่วไปไวน์ร้อนจะถูกแต่งรสด้วยน้ำตาลและปรุงกลิ่นด้วยอบเชย วานิลา หรือ กานพลู ตามความชอบ นอกจากนี้ยังมีบางส่วนผสมที่นำไวน์จากผลเชอร์รี่มาใช้แทนไวน์จากองุ่น แต่ไม่นิยมนัก คนเยอรมันนิยมดื่มเครื่องดื่มนี้ในตลาดคริสต์มาส ท่ามกลางอากาศหนาวนั่นเอง ไวน์ร้อนที่ผสมรัม มีชื่อเรียกเฉพาะว่า Feuerzangen Bowle ซึ่งมีความหมายว่า การถูกตีตราด้วยเหล็กร้อน ๆ เนื่องจากเมื่อดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้เข้าไปแล้วจะรู้สึกร้อนขึ้นทันทีค่ะ


สุดท้ายนี้ หวังว่าเพื่อนๆ คงได้รับสาระความรู้ไม่มากก็น้อยจากเราไปนะคะ เทศกาลคริสต์มาสนั้น เป็นช่วงเวลารื่นเริงสำหรับครอบครัว เพื่อน และอาหาร ผู้คนในหลายประเทศเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสด้วยอาหารแบบดั้งเดิม อาหารเยอรมันก็เป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์และอร่อยที่สุดไม่แพ้ชาติใดเลยค่ะ


คริสต์มาสในปีนี้พวกเราชาว Nature D’Lite ก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุข สมหวังให้คริสต์มาสนี้เป็นคริสต์มาสที่แสนวิเศษ เต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีค่ะ Merry Christmas นะคะ เพื่อน ๆ ทุกท่าน

ความคิดเห็น


bottom of page